เที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน

“เพลินวาน หัวหิน-แหล่งท่องเที่ยวชวนให้ย้อนรำลึกวันวาน ประกอบด้วย ร้านกาแฟโบราณ ร้านข้าวอุ่นแกงร้อน ร้านเหล้า เพลินสำราญ ห้องเสื้อไฉไล ร้านของเล่นเพลินวาน และร้านเพลินวานไอศกรีม หากอยากพักผ่อนก็สามารถเลือกบริการโซนที่พักสไตล์ Retro ย้อนสู่วันคืนเก่าๆ ของวิถีไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน”

ได้เยี่ยมเยือนแหล่งท่องที่คงความเก่าอยู่หลายๆ ที่ เช่น แถวตลาดน้ำอัมพวา บางส่วนของเชียงใหม่ และตัวเมืองปาย ที่หลังสุดนี้ดูจะเป็นอารมณ์ศิลป์ซะมากกว่าแบบเก่าๆ ค่ะ แต่ก็มีบางร้านที่คงอนุรักษ์ไอเดียความเก่านี้ไว้

เที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน Sustainability tourism nature

เที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน Sustainability tourism nature
ที่ร้าน all about coffee ที่ เมืองปาย

ดูแล้วหลายๆ ที่น่าจะเจอโจทย์เดียวกันในโลกยุคปัจจุบัน คือ ทำยังไงให้เกิดความยั่งยืน เช่นว่า บางที่มีขนมอร่อยขึ้นชื่อมาก แต่ถ้าทำอยู่เจ้าเดียว คนก็คงไม่ขับรถมาเที่ยว ถ้าอยู่ไกลกรุงเทพฯ กันออกไป อย่างแรกคงต้องอาศัยการรวมกลุ่มกันเยอะๆ เช่น ที่รวมกันเป็นตลาดมีพ่อค้าแม่ขายมากมาย คนที่มาเที่ยวก็ได้เดินกินบ้าง เที่ยวชมบรรยากาศบ้างก็สนุกไปอีกแบบ หรือสไตล์โฮมสเตย์ไทยไทย ชมชีวิตท้องถิ่น ก็ตอบได้ส่วนหนึ่ง แต่ความยั่งยืนนี่สิยังไม่ตอบโจทย์ซะทีเดียว
ถ้าไม่ได้ช่วยกันด้วยเรื่องอากาศที่ร้อนตลอดปี ที่ทำให้ชาวต่างชาติชอบกันกลายเป็น Repeat Customer, ไม่ใช่ฤดูใบไม้ร่วง Fall Foliage ที่ขายกันที่สีใบไม้ หรือ, ไม่ใช่พื้นที่หิมะตกกันแล้วละก้อ ก็คงต้องใช้กิจกรรมและจัดงานบันเทิงอื่นร่วมด้วย เช่น กิจกรรมดูหิ่งห้อย, กิจกรรมชมฟาร์มโคนม, นั่งสามล้อรอบเมือง, ขี่จักรยานรอบเกาะ, งานสงกรานต์ และงานลอยกระทง เป็นต้น

ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อ คนท้องถิ่นให้บริการกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้น เกิดรายได้ขึ้นจริง ดังนั้น เค้าจะมีความภูมิใจในการทำงานในการแนะนำนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยความเต็มใจ นี่แหละ!!! ที่จะเกิดความประทับใจอย่างแท้จริง ที่เรียกว่า Satisfaction แต่การเกิดรายได้นั้น ถ้าเกิดเฉพาะคนที่ให้บริการ เป็นความยั่งยืนส่วนหนึ่งเท่านั้น

แต่ความยั่งยืนที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นเมื่อรายได้เหล่านั้นได้กลับคืนมาให้ท้องถิ่น เช่น เป็นกองทุนช่วยลูกหลาน ช่วยบ้านเค้าด้วย เค้าก็จะทำกันแบบรักที่จะทำ ตั้งใจ ไม่ทำอะไรชุ่ยๆ คิดแบบรอบคอบ และรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของสถานที่ รักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ให้คงไว้ซึ่งระบบนิเวศที่สมดุลด้วย นี่เป็นสิ่งที่จะทำให้ชุมชนนั้นๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนแท้จริง นั่นคือ คำตอบก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องการรักษาธรรมชาติให้อยู่คู่กับชุมชมอย่างสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน

การที่บางที่ยังไม่สามารถเป็นได้ ก็อาจเป็นเพราะการจัดการส่วนกลางที่ไม่ได้ปลูกฝังเรื่องความเป็นเจ้าของ แต่มุ่งเน้นการโฆษณาแหล่งท่องเที่ยว การให้เช่าที่ดิน การขายที่ดิน เน้นเรื่องอสังหาริมทรัพย์ เน้นด้านวัตถุ ก็ย่อมเกิดปัญหาที่ตามมาต่อชุมชน คือ มีกองขยะที่ต้องกำจัดเดือนละภูเขา น้ำและไฟเกิดภาวะวิกฤต ยังงี้ไม่สมดุลอย่างสิ้นเชิง!!!